A*Teens นักร้องวัยรุ่น ชาวสวีดิช 4 คนประกอบไปด้วย ดานี่ ,ซาร่า , มารี และ อามิท ซึ่งการเริ่มต้นของทั้ง4คน
เริ่มขึ้นในเดือน กันยายน 1998 ทั้ง 4 พบกันที่ โรงเรียนสอน ดนตรีและ การเต้นชื่อ Lasse Khuler ทั้ง 4 คนรู้จักกัน และเป็นเพื่อนกันที่นี่
ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี ทาง StockHolm Records ได้มีการวางแผนงาน เกี่ยวกับการปลุกกระแสเพลง ของ ABBA ให้กลับมาดังในยุคใหม่นี้
และดัดแปลงเพลงให้เหมาะกับ คนทุกเพศทุกวัยในสมัยนี้ด้วย ในที่สุด แมวมองของ StockHolm Records
ก็ได้ค้น พบ ทั้ง 4 คนจากการ Audition ในสตูดิโอ และทั้ง 4คน จึงถูกเรียกตัว มาเพื่ออธิบายถึงจุดประสงค์ในการทำงานนี้เมื่อทั้ง 4 ตอบตกลง
ทาง Producer จึงได้มาทดสอบ ความสามารถและรับประกันว่าทั้ง4มีความสามารถที่เขาต้องการอย่างแท้จริง
ในที่สุดเดือนตุลาคม 1998วง ABBA-Teens จึงได้ก่อตั้งขึ้นในสังกัดของ StockHolm Records


วันที่ 25 ตุลาคม 1998 พวกเขาได้ทำการอัดเสียงลง อัลบั้ม แรกในชื่อว่า The ABBA Generation
วันที่ 27 มีนาคม 1999 ไม่นานหลังจากบันทึกเสียงเสร็จ ทาง ทีมจึงเริ่มถ่าย Music Video ตัวแรกก็คือ Mamma Mia
วันที่ 10 พฤษภาคม 1999 วันที่รอคอยก็มาถึง Single Mamma Mia วางขายในสวีเดน เพลงนี้ติด Chart อันดับ 1ถึง 10 สัปดาห์และ
เป็น Singleที่ขายได้เร็วที่สุดในสวีเดน หลังจากนั้นไม่นาน ทาง Producer ได้เล็งเห็นข้อผิดพลาด ก็คือ ชื่อวง
ถ้ายังใช้ชื่อ ABBA-Teens เด็กๆ เหล่านี้จะไม่มีโอกาส ได้ร้องเพลงของตัวเอง อีกเลย จึง ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวงเป็น A*Teens
25 สิงหาคม 1999 อัลบั้ม The ABBA Generation ก็วางแผง และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม งานของเอทีนส์ หลั่งไหลเข้ามามาก
จึงเริ่มออกทัวร์ประเทศ เพื่อนบ้านเช่น Germany , Chile และอีกหลายแห่ง Single ต่อมาคือ Gimme Gimme Gimme และ Super Trouper
เดือน พฤศจิกายน 1999 เอทีนส์เริ่มเตรียมงานอัลบั้มที่2แลัวไม่นานนักพวกเขา ก็ ออก Single พิเศษ Happy New Year ซึ่งเป็นเพลงที่นำมาร้อง
ในช่วงปีใหม่โดยเฉพาะ และตามด้วย Dancing Queen ...เพลง Hit ตลอดกาล


18 มกราคม 2000 เอทีนส์ได้ Wade J Robson มาเป็นนักออกแบบท่าเต้นให้ จึงวางแผนงานทัวร์ให้ไกลขึ้นไปอีก
โดยวางแผนจะไป Europe และ Asia แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ เมษายน 2000 ดานี่ ได้รับบาดเจ็บที่ขา
ในการแสดงที่ DisneyLandการทัวร์ Europe และ Asia จึงถูกยกเลิกไปในที่สุด
กันยายน 2000 Single ใหม่ของเอทีนส์เปิดตัวในชื่อ Bouncing off the Ceiling แต่ไม่นานก็เปลี่ยนชื่อเป็น
Upside Down ในเดือนเดียวกัน เอทีนส์ถูกเรียกตัวไป เยอรมันเพื่อรับรางวัลนานาชาติครั้งแรกคือ NewComer of the Year
กุมภาพันธ์ 2001 อัลบั้ม Teen Spirit จึงได้เปิดตัวออกมาโดยมีเอทีนส์มาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอัลบั้มนี้
มารีกล่าวว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากคือบทบาทของ ดานี่และอามิท ที่มีส่วนร่วมในการร้องเพลงมากขึ้น
ดานี่กล่าวว่า พวกเราตั้งใจทำงานกันมากเพราะมีบางเพลงที่เรามีส่วนร่วมในการแต่ง และเราก็มี Producer เก่งๆของสวีเดน
มาช่วยในงานนี้ด้วย ซาร่าบอกว่า มันให้ความรู้สึงถึงความเป็นตัวของเราเอง ว่า ว้าว นี่คืออัลบั้มของเราเองเลย
เราจะค่อนข้างชอบ อัลบั้มนี้มากๆ อามิทเสริมว่าเพลงทุกเพลงจะเป็นเพลงที่ฟังแล้วสนุกไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
และทั้งหมดจึงขอสรุปว่าเราทั้งหมดหวังการตอบรับมากๆจากอัลบั้มนี้และจะออกทัวร์ ในปี 2001 ที่ Europe และ Asia
ไม่พลาดแน่ๆ... กรกฎาคม - กันยายน 2000 พวกเราได้ไปออกทัวร์กับ Britney Spear , N*SYNC , Aaron Carter ที่อเมริกา


นึกว่าจะหยุดแค่นี้กับอัลบั้ม Teen Spirit แต่ไม่เอทีนส์ ได้รับงานใหม่จาก Disney คือการร้องเพลง ประกอบภาพยนตร์เรื่อง
The Princess Diaries เพลง HeartBreak Lullabyดังนั้น เอทีนส์จึง ต้องออก โปรโมท Single ใหม่นี้ที่สวีเดนอีก 2 สัปดาห์
และทาง เยอรมัน ได้ออก Teen Spirit Re-release เพิ่ม เพลง HeartBreak Lullaby เข้าไปด้วย และเอทีนส์ก็ยังไปดูหนังเรื่องนี้รอบปฐมทัศน์ด้วย
เมื่อ เอทีนส์มาไทย ก็ต้องตกใจกันอย่างมากเพราะ ทางOn air ร่วมกับ Coke จัดงาน Coke Music Hurrican Concert ได้จัดทำ Coke Can
แบบ พิเศษมีลายเป็น เอทีนส์ และก็นำกลับ สวีเดนกันไปคนละ 10 กระป๋อง ดานี่บอกว่า เราดีใจมากๆ ที่หน้าพวกเราไปโผล่อยู่ที่
Coke Can อามิท กล่าวว่า ใช่เราชอบมันมากๆ และคงจะเก็บไปให้มากที่สุดเลย


ในขณะที่เวลากำลังผ่านไปเรื่อยๆ อีกไม่นาน A*Teensก็จะต้องผ่านช่วงเวลาที่เรียกว่าวัยรุ่นของชีวิตไป
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของวง Swedish Pop ของหนุ่มสาว 4คนที่แสดงให้เห็นถึงดนตรี ที่มีพัฒนาการ
ไม่ย่ำอยู่กับที่ในอัลบั้มใหม่ล่าสุดของพวกเขา Pop Til' You Drop เพลงทั้งหมด 12 เพลงในอัลบั้มนี้
ได้ยกระดับความเป็นศิลปินและพัฒนาการของดนตรีของ A*Teens ไปอีกก้าวใหญ่แต่ก็ยังคง
ความสนุกสนานและความมีอิสะระในดนตรีที่แสดงถึงความเป็น A*Teens ,
วง Pop ที่โด่งดังวงหนึ่งของโลก ได้เป็นอย่างดี อัลบั้ม Pop Til' You Dropแสดงให้เห็นถึง
ความสนุกสนานที่มีพลังอันเหลือเฟืออันเป็นจุดเด่นของเพลง Pop เพลงที่เด่นที่สุดเพลงหนึ่ง
ก็คือเพลง Can't help falling in Love ของ Elvis Presley ที่เคยขึ้นถึงอันดับ 1ในปี 1961
โดย A*Teens นำมาร้องใหม่ในจังหวะที่เร็วและสนุกสนานน่าฟังชวน ให้ขยับแข้งขยับขากันมากกว่าเดิม
นอกจากนั้น เพลงนี้ยังเป็น Soundtrack ประกอบภาพยนตร์การ์ตูนของ Disney เรื่องล่าสุด
"Lilo & Stitch" อีกด้วย"Version ของ Can't help falling in loveที่เรานำมาร้องใหม่
่นั้นแตกต่างจากของเดิมของ Elvis มากเลยล่ะค่ะ เพราะความจริง Elvis ก็คือ Elvis มีแนวดนตรี
ในแบบของเขาเอง ซึ่งมันก็แตกต่างจากแนวดนตรีของพวกเรามากค่ะ" Marie กล่าวเสริม
"พวกเราเป็นแฟนตัวจริงของ Disney เลยนะ แล้วความฝันสูงสุดอย่างหนึ่งของพวกเราก็คือได้ร้องเพลง
ประกอบภาพยนตร์ของ Disney ล่ะ แล้วพวกเราก็ทำได้แล้วด้วย !"

เพลง "Floorfiller","Let your heart do all the talking","Closer to perfection",
"Hi and Goodbye", "This Year" มีจังหวะของเครื่อง ดนตรีต่างๆที่รุนแรงและเสียงร้อง
ที่สมบูรณ์แบบที่ A*Teens เป็นผู้จัดการทั้งหมดด้วยตนเอง ส่วนเพลง"Slam","Cross my heart",
"In the blink of an eye" และ "Singled out" Dhani , Sara และ Marie ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วม
ในการแต่งเนื้อร้องด้วย เพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้ A*Teens ได้ใส่ความตั้งใจและความรู้สึกในดนตรีอย่างแรงกล้า
ของพวกเขาทั้งหมดลงไป "มากกว่าที่ผ่านมา พวกเราใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในอัลบั้มนี้มากเลยล่ะ"
Sara กล่าว "เราสนุกกับการทำงานมากและก็ดีใจอย่างที่สุดกับสิ่งที่ได้ออกมาด้วย" "พวกเราเดินทางรอบโลกมา 3 ปีแล้ว" Amit กล่าว
"ทั้งผู้คนและวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆที่เราได้พบเห็นมาทำให้เราเติบโตขึ้นหลายด้านมาก ตอนนี้เรามองโลกในแง่มุมต่างๆมากขึ้น"
Marie กล่าวเสริม "ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างตอนนี้กับตอนที่เราเพิ่งเข้าวงการได้ใหม่ๆก็คือเรารักครอบครัวของเรามากขึ้นมาก
การที่เราต้องจากครอบครัวไปนานๆน่ะมันทำให้เราได้รู้ว่ามีอะไรที่เราสามารถมีได้และทำได้เมื่ออยู่ที่บ้านเท่านั้น"
และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือทั้ง 4 จะต้องวางใจในตัวของแต่ละคนซึ่งกันและกันทั้งในฐานะเพื่อนและก็ผู้ร่วมงาน
"พวกเราสนิทกันมาตั้งแต่ก่อนจะมาเป็น A*Teens แล้วล่ะ" Sara กล่าว "แต่ตอนนี้เราแต่ละคนรู้สึกเหมือนกับเป็นพี่น้องกันมากกว่า"
Dhani เสริม "คุณคิดว่าการนั่งอยู่บนรถบัสกับคนๆเดิมทุกวันๆน่ะจะทำให้เรารักหรือว่าเกลียดเขามากขึ้นล่ะ ก็ต้องรักน่ะสิ !"
A*Teens หวังจะได้มอบสิ่งต่างๆที่ดนตรีเท่านั้นที่จะสามารถให้ได้แก่ผู้คน "สิ่งที่พวกศิลปินได้ทำกันตั้งแต่เกิดเหตุการณ์
11 กันยาน่ะ มันน่าทึ่งมากเลยล่ะ" Amit กล่าว "ดนตรีน่ะมีพลังที่จะสามารถช่วยปลอบโยนผู้คนได้เสมอแหละ
พวกเราก็หวังว่าจะได้ใช้ดนตรีทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกดีขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามและก็สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของพวกเขา
ได้ด้วยดี" มันอาจจะฟังดูเกินจริง แต่ด้วยอัลบั้ม Pop Til' You Drop นี้แหละ A*Teens
กำลังก้าวต่อไปตามเส้นทางที่พวกเขาเชื่อมั่นด้วยดนตรีในแบบของพวกเขาเองแล้ว....